สวัสดีค่ะท่านผู้อ่าน ^0^ /
หายไปนานจนลืมว่าตัวเองก็มีบล๊อกกับเค้าอยู่ด้วย...
วันนี้ที่นึกครึ้มมาอัพบล๊อกภาษาศาสตร์ไม่ใช่เพราะอะไร แต่เพราะได้ดูอนิเมที่เพื่อนแนะนำมาแล้วประทับใจมากกกกกก จนอยากบอกต่อ ประกอบกับที่รู้สึกว่าตัวเองได้ฝึกภาษาญี่ปุ่นจากการดูอนิเมเรื่องนี้ด้วย

อนึ่ง เหตุมาจากที่ว่า เพื่อนคนนี้ที่ให้อนิเมเรื่องนี้มา เก่งภาษาญี่ปุ่นมาก จนไม่ต้องดูแบบมีซับ มันเลยให้เรามาทั้งอย่างนั้น........- -'
สำหรับคนที่ทักษะภาษาญี่ปุ่นยังครึ่งๆกลางๆอย่างเรา การดูอนิเมหรือหนังแบบไม่มีคำบรรยาย (หรือซับ) นับเป็นเรื่องที่น่ากลัวพอๆกับการพยายามฟังข่าวการเมืองญี่ปุ่นผ่านNHKเลยทีเดียว =w="
 
อนิเมที่ว่าก็คือ Natsume Yuujinchou (夏目友人長)
ชื่อภาษาอังกฤษเรียก Natsume's Book of Friends ส่วนภาษาไทยเห็นมีคนแปลว่า นัตสึเมะกับบันทึกพิศวง
อนิเมไม่ใหม่เท่าไหร่ ปี2008-2009 คิดว่าหลายคนคงได้ดูกันจนเบื่อแล้ว
 
 
จะขอเล่าพล๊อตเรื่องอย่างสังเขป(เอาแบบสังเขปจริงๆ) ใครรู้แล้วข้ามไปได้นะคะ
...เรื่องมีอยู่ว่า เด็กหนุ่มคนหนึ่งชื่อ นัตสึเมะ ทาคาชิ กำพร้าพ่อแม่แต่เด็ก จึงต้องอาศัยอยู่กับญาติคนนั้นทีคนนี้ที แต่เนื่องจากนัตสึเมะมีความสามารถพิเศษในการมองเห็น "สิ่งที่คนอื่นไม่เห็น" ได้แก่เหล่าภูติผีปีศาจ ทำให้คนรอบข้างเห็นเขาเป็นตัวประหลาดและไม่อยากเข้าใกล้
 
อยู่มาวันหนึ่งนัตสึเมะได้พบกับบันทึกเล่มหนึ่งที่เป็นของตกทอดจากนัตสึเมะ เรย์โกะซึ่งเป็นคุณย่า(หรือยายนี่แหละ) ที่เสียไปแล้ว และได้ค้นพบว่านั่นคือบันทึกรายนามของเหล่าภูติผีที่เรย์โกะเอาชนะได้จึงต้องยอมสยบเป็นลูกน้องของเรย์โกะ
 
เมื่อได้พบบันทึกแล้ว นัตสึเมะจึงตกอยู่ในอันตรายจากเหล่าภูติผีที่ต้องการมาทวงชื่อคืน และจากพวกที่ต้องการได้สมุดรายชื่อไปเพื่อจะได้มีอำนาจควบคุมภูติผีในสมุดเล่มนั้น นัตสึเมะที่ตั้งใจจะคืนชื่อให้กับเหล่าภูติผีทั้งหมด จึงได้เข้าช่วยเหลือภูติผีเหล่านั้น โดยมี "เนียงโกะเซ็นเซย์" ปีศาจจิ้งจอกขาวที่อยู่ในร่างของแมวนางกวักตัวกลมบ๊อกน่ารัก >w< คอยเป็นผู้ช่วย
 
 
 
 
เป็นอนิเมที่ดูแล้วรู้สึกอบอุ่นมาก เพราะเนื้อหาค่อนข้างซึ้ง กินใจ แสดงให้เห็นจิตใจ ความรู้สึกของเหล่าภูติผีที่บางทีก็ไม่ได้ต่างไปจากมนุษย์เลย การที่นัตสึเมะได้สัมผัสกับจิตใจเหล่านั้นก็ทำให้เขาค่อยๆเปิดใจต่อคนรอบข้างมากขึ้น
 
ทีนี้มาเข้าเรื่องภาษาญี่ปุ่นกันค่ะ (นอกเรื่องซะไกล)
 
อย่างที่บอกว่า อนิเมเรื่องนี้ที่ได้ดูเป็นแบบไม่มีซับ ซึ่งตอนแรกกังวลมาก ว่าจะดูไม่รู้เรื่อง(ยิ่งมีศัพท์แสงเกี่ยวกับภูติผีวิญญาณด้วย) แต่ก็ลองดู โดยที่พยายามpauseเพื่อฟังซ้ำให้น้อยที่สุด
 
ไม่น่าเชื่อ ดูรู้เรื่องด้วยค่ะ!!! ^ ^'
 
คือด้วยความที่เคยดูแต่มีซับ ก็เลยติดว่าถ้าไม่มีซับจะไม่เข้าใจ
ซึ่งจริงๆแล้วเราอาจจะไม่ต้องพึ่งซับก็ได้ แต่พอติดแล้ว มันก็คิดไปว่าขาดซับไม่ได้
 
ทีนี้พอมีโอกาส(โดนบังคับ)ดูแบบไม่มีซับ ปรากฏว่ารู้สึกว่าตัวเองสังเกตอะไรในภาษาญี่ปุ่นได้เยอะขึ้นมาก
 
มานึกได้ว่า เวลามีซับ เราจะเผลอใช้เวลาครึ่งหนึ่งไปกับการอ่าน แทนที่จะดูภาพ หรือฟังเสียง
แต่พอไม่ต้องอ่านซับแล้ว ปรากฏว่ารู้สึกได้ถึงอารมณ์ของภาษา หรือตัวละคร ที่สื่อออกมาผ่านน้ำเสียง การเว้นวรรคคำ การหยุดคิดนานๆเวลาไม่อยากจะตอบ หรือคำพูดที่แฝงอารมณไม่มั่นใจ เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ แต่ก่อนไม่เคยรู้สึกชัดเวลาดูอนิเมที่มีซับ (เรียกได้ว่าการอ่านซับบั่นทอนความละเอียดอ่อนในภาษาและบรรยากาศในอนิเมก็ว่าได้)
 
อีกอย่างหนึ่งที่รู้สึกว่าตัวเองจับสังเกตได้มากขึ้นคือ วิธีการพูดที่แต่กต่างกันไปตามคาแรกเตอร์ตัวละคร
ซึ่งแต่เดิมก็เคยเรียนมา เข้าใจอยู่แล้ว แต่ไม่ค่อยได้ใส่ใจมากเพราะยังไงก็อ่านซับ
เช่น พระเอกก็จะมีวิธีพูดแบบผู้ชายวัยรุ่น ส่วนตัวละครหญิงก็จะมีวิธีการพูดที่นุ่มนวลหน่อย แต่ถ้าเป็นภูติผีก็จะใช้ศัพท์แสงโบราณๆ พูดเหมือนคนแก่ ใช้รูปยกย่องเยอะๆก็มี

ที่รู้สึกถึงจุดนี้ก็เพราะมีตอนหนึ่งที่เนียงโกะเซ็นเซย์แปลงกายเป็นนักเรียนหญิงเพื่อที่เพื่อนๆของนัตสึเมะจะได้ไม่รู้สึกผิดสังเกตว่าแมวพูดได้ แต่การพูดการจาของแกไม่ได้เปลี่ยน เลยกลายเป็นว่าเด็กนักเรียนหญิงคนนั้นพูดจาเป็นคนแก่แถมดูหยิ่งยะโสซะด้วย (อารมณ์ประมาณ "ข้าจะออกไปดูต้นทาง พวกเจ้าก็อยู่เฉยๆหาที่ปลอดภัยแล้วกัน" ทำนองนี้ ^ ^') ซึ่งขัดแย้งกันมาก
เพื่อนนัตสึเมะก็เปรยขึ้นมาว่า えらそうจังเลยนะ...
 
พอลองนึกๆดู ถ้าตัวเองมัวแต่อ่านซับก็อาจจะไม่ได้รู้สึกว่าการพูดของเนียงโกะเซ็นเซย์มันดูหยิ่งๆ えらそう ขนาดนั้นก็ได้ คงแค่รู้สึกว่าพูดจาดูเป็นผู้ชายเฉยๆ
 
การที่ดูอนิเมแบบไม่มีซับ ทำให้เราสังเกตความละเอียดอ่อนในภาษาญี่ปุ่นได้มากขึ้น ซึ่งสำคัญมากสำหรับการเรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นที่ความแตกต่างแม้เพียงน้ำเสียงก็เปลี่ยนความหมายได้

ดูอนิเมแบบไม่มีซับอาจจะยากซํกหน่อย แต่ถ้าทำได้แล้วนอกจากจะได้อรรถรสในการชมมากขึ้นแล้ว ยังได้เรียนรู้การใช้ภาษาอย่างละเอียดชนิดที่ตำราเรียนไม่มีสอนอีกด้วย
นับว่าคุ้มค่ากับการลองนะคะ :)
 

edit @ 27 Apr 2011 12:40:01 by Hakuren

edit @ 28 Apr 2011 00:04:54 by Hakuren

後書き!ชีวิตหลังส่งพอร์ต

posted on 05 Mar 2011 11:36 by bua-hakuren
ถึงแม้จะปิดพอร์ตวิชาภาษาศาสตร์ไปแล้วอย่างเป็นทางการ แต่การศึกษาやりもらいของเรายังคงดำเนินต่อไปค่ะ =w= (แต่อาจจะไม่เอามาเขียนบ่อยนัก เพราะเริ่มตัวเป็นขนขึ้นมาแล้ว...)
 
ไม่ได้จะขยันหรอกนะ แต่พอปิดเทอม ได้เริ่มทำงาน(ฝึกงานอ่ะแหละ) แล้วมันอดมาเขียนไม่ได้ เพราะตอนนี้ฝึกงานอยู่ที่ที่มีแต่คนญี่ปุ่นอยู่ครึ่งแผนก(หรือมากกว่า) แล้วได้ยิน やりもらいปลิวว่อนให้ทั่วไปหมด!!! อยู่ในけいごแทบทั้งนั้น!!รู้ซึ้งเลยว่าที่เลือกศึกษาเรื่อง やりもらいนี่ ได้เจอจริงๆ เสียดายมากที่เพิ่งเริ่มฝึกงานก็ปาเข้าไปหลังส่งพอร์ตแล้ว ไม่งั้นคงมีตัวอย่างมาให้วิเคราะห์ ศึกษามากมายแน่ๆ ในชีวิตการทำงานกับคนญี่ปุ่น รู้ซึ้งเลยว่าการใช้やりもらいให้เป็นเป็นเรื่องสำคัญ มันจะทำให้พูดけいごได้ดีขึ้นเยอะ (ตั้งแต่เริ่มทำงานมาก็มีใช้いただきますไปบ้างนะ) แล้วพอเวลาฟังเค้าพูดやりもらいถ่อมกันไปถ่อมกันมา ก็รู้สึกว่าเข้าใจได้ ไม่สับสน
 
ส่วนตัวอย่างที่ได้เจอ ...ไม่ได้เก็บมาเป็นพิเศษค่ะ ^^’ แค่อยากพูดให้ฟังเฉยๆว่าไปเจอมา (แหะๆ)
 
ใครมีประสบการการใช้ หรือเจอ やりもらいในการทำงาน(หรืออื่นๆ)เอามาแชร์ได้นะคะ :) 
 
ปิดเทอมแร้ววว!!!!เย้ๆๆๆ >w<

การประเมินผล (Evaluation)

posted on 28 Feb 2011 17:44 by bua-hakuren

นี่คงเป็นเอนทรี่สุดท้ายก่อนส่งพอร์ตวิชาภาษาศาสตร์ เลยอยากจะประเมิน/สรุปผลที่ได้จากการทำพอร์ตครั้งนี้ไว้อย่างสังเขปค่ะ 

 ลองมาดูMy Goalที่ตั้งไว้อย่างคร่าวๆกันก่อน!!

สามารถใช้ くれる、あげる、もらうได้ถูกต้องมากขึ้น ทั้งในภาษาเขียนและภาษาพูด

อยากเพิ่มความรู้ความเข้าใจการใช้ไวยากรณ์ดังกล่าวให้มากขึ้น โดยจะเน้นการใช้งานจริงเป็นหลัก  

ส่วนเกณฑ์ในการประเมิน(Rubric)คือ!!!

ใช้ผิดน้อยลง

ใช้ได้คล่อง และเร็วขึ้น (ซึมซับความเข้าใจจนใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น ไม่ต้องคิดนาน)

ฟังแล้วเข้าใจได้เร็วขึ้น  

ใช้ได้หลายรูปแบบ (ไม่ได้ใช้อยู่แค่ที่รูปแบบที่ใช้เป็นประจำ แต่เปลี่ยนตามความเหมาะสม สถานการณ์ได้ด้วย)

自己満足

 ถ้าดูตามนี้ ก่อนอื่นเลย วิธีการที่ใช้มาจนถึงตอนนี้ก็เน้นการใช้งานจริงค่อนข้างมาก เพราะเก็บตัวอย่างจากการใช้งานจริงของตัวเอง และสิ่งที่เจอมาในชีวิตประจำวันเป็นหลัก แล้วจึงไปค้นข้อมูลเพิ่ม เพราะฉะนั้น รูปประโยคที่นำมาศึกษาอาจไม่ใช่ประโยคที่ซับซ้อนหรือยากมาก แต่จะเป็นประโยคที่ตัวเองได้เจอจริงๆ และมีโอกาสได้ใช้บ่อยครั้ง

รู้สึกว่าตัวเองมีพัฒนาการเรื่องความเข้าใจเรื่อง やりもらい มากขึ้นในระดับหนึ่ง ถึงจะมีอะไรอีกมากที่ยังต้องศึกษาเกี่ยวกับไวยากรณ์ตัวนี้ (เพราะประโยคที่พบเจอได้บ่อยในชีวิตประจำวันมักไม่ใช่ประโยคที่ซับซ้อนมาก เราจะไม่เจออะไรอย่างประโยคยาวๆที่พนักงานコンビニใช้) แต่ในระยะเวลาที่จำกัด สามารถเพิ่มความเข้าใจได้ในระัดับนี้ก็รู้สึกพอใจค่ะ (มี自己満足ค่ะ) 

แรกๆที่เริ่มศึกษา จะมีตัวอย่างการใช้やりもらいผิดๆ หรือไม่เหมาะสมบ่อย อย่างการใช้ ~てくらますか?ในการขอร้อง หรือใช้~てあげるกับคนอาวุโสกว่า แต่พอศึกษามากเข้า ก็เริ่มใช้ได้อย่างถูกต้องมากขึ้น ทั้งในการเขียน (ที่มีเวลาคิด)เช่นตอนที่เขียนอีเมล์หาอาจารย์ หรือเขียนเรียงความ และการพูด ที่ต้องอาศัยความคิดฉับพลัน สามารถคิดประโยคได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้นโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดนาน

มีการใช้やりもらいในบริบทที่แตกต่างกันไป เช่นที่เคยใช้ ~インタビューしてくれますか?เพื่อการถามย้ำ หรือ ยืนยัน ไม่ใช่การขอร้อง

ทั้งนี้ที่รู้สึกว่าตัวเองใช้งานได้ถูกต้อง ส่วนหนึ่งก็เพราะคิดวิเคราะห์เอาเอง(เพราะอาจารย์ไม่ได้แก้ไวยากรณ์คืนมาให้) แต่สำหรับประโยคข้างต้นเพื่อนคนญี่ปุ่นที่พูดด้วย (ซึ่งมักจะแก้ไวยากรณ์ให้เป็นประจำถ้าใช้ผิด) ไม่ได้แก้ให้ เลยสรุปเอาว่าตัวเองใช้ได้ถูกต้องแล้ว

แต่สิ่งสำคัญมากที่ได้จากการศึกษาเรื่องนี้คือ ตอนนี้ตัวเองไม่หลีกเลี่ยงการใช้ やりもらいอีกต่อไป ถึงจะไม่แน่ใจว่าผิดหรือถูก ก็จะพยายามใช้ไปก่อน แล้วถ้าไม่มั่นใจค่อยไปค้นคำตอบอีกที พอเป็นอย่างนี้ ตัวเองเลยได้เรียนรู้การใช้やりもらいมากขึ้นๆเรื่อยๆ  ยิ่งใช้ผิดยิ่งจำได้ดี แต่ถ้าใช้ถูกก็ดีใจค่ะ ^ ^

พอเริ่มใช้やりもらいเป็นแล้ว การสร้างประโยคของตัวเองก็กว้างมากขึ้น พูดอะไรได้หลากหลายมากขึ้นด้วยค่ะ

นอกจากนี้ยังทำให้ตัวเองหันมาคำนึงถึงประเด็นเรื่องระดับความสุภาพ นัยของสิ่งที่เราพูด(ที่เปลี่ยนไปตามไวยากรณ์ที่เราเลือกใช้) ซึ่งทำให้ตัวเองได้เข้าใจวัฒนธรรมและวิธีคิดของคนญี่ปุ่นมากขึ้นด้วยค่ะ 

แต่เดิมที่พอฟังประโยคやりもらいแล้วมักจะสับสน ไม่เข้าใจในทันที ตอนนี้รู้สึกว่าดีขึ้นมากแล้วค่ะ อย่างที่ได้ยินอาจารย์พูดในห้อง(私が見せてもらいますから。) หรือได้ยินจากอนิเมที่ได้พูดถึงในเอนทรี่ก่อนหน้านี้ พอฟังปุ๊บก็เข้าใจได้ทันที ไม่มานั่งงงนั่งคิดซ้ำเหมือนแต่ก่อน เวลาที่อ่านเจอในนิยายก็รู้สึกว่าไม่ต้องอ่านซ้ำก็เข้าใจได้ว่าใครทำกริยาให้ใครค่ะ (แต่รู้สึกว่าประโยคมันง่ายๆไปหน่อย เลยไม่ได้เอามาเขียนลงบล๊อกค่ะ)

แต่เดิม ไม่เคยใส่ใจจะใช้ไวยากรณ์やりもらいให้ถูก เอาแต่เลี่ยงเพราะใช้ไม่เป็น ตอนนี้มี意識เกี่ยวกับไวยากรณ์ตัวนี้ขึ้นมาแล้ว และพัฒนาการใช้ไปมาก ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเก่ง แต่เมื่อเทียบกับระดับความเข้าใจเรื่องやりもらいของตัวเองแต่ก่อนแล้ว รู้สึกว่าเห็นพัฒนาการจริงๆ

 นอกจากนี้ ความสามารถในการการสังเกตุการใช้ภาษาของตัวเอง (และเจ้าของภาษา) ที่ได้จากการทำพอร์ตวิชานี้ มีประโยชน์มาก ไม่่เพียงแค่กับเรื่องนี้แต่จะขอนำskillนี้ไปใช้ในการเรียนรู้และพัฒนาภาษาญี่ปุ่นของตัวเองต่อไปในอนาคตด้วยค่ะ =w=b

 

ปล.

หัวข้อที่เป็นพอร์ต(เกี่ยวกับ My Goal)ทั้งหมดจะรวมอยู่ใน My Port ค่ะ

หัวข้อที่สืบเนื่องจากTaskหรือสิ่งที่เรียนในคาบ รวมถึงReflection จะอยู่ใน Tasks & Reflection ค่ะ

ส่วนหัวข้ออื่นๆที่เกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่นอยู่ใน Others ค่ะ

 

ขอขอบคุณบล๊อกคุณ ziloliz ที่เป็นแหล่ง emoticon ของข้าพเจ้าตลอดการทำบล๊อกนะคะ  http://ziloliz.exteen.com/20070408/rabbit-emo (หากใครสนใจ emoticon กระต่าย เข้าไปดูได้นะคะ)

สุดท้ายขอขอบคุณอาจารย์กนกวรรณที่ทำให้พวกเราได้เกิดการเรียนรู้แบบสังเกตุ และพัฒนาทักษะทางภาษาด้วยตนเองค่ะ เรียนวิชาอาจารย์ได้ทั้งความรู้แถมสนุกด้วย ขอบพระคุณมากๆค่ะ!!! (กราบงามๆ ><)  

 

春の到来と共に、すてきなものを探しましょう。

 

edit @ 28 Feb 2011 19:28:52 by Hakuren

edit @ 1 Mar 2011 19:52:02 by Hakuren

edit @ 1 Mar 2011 19:52:46 by Hakuren